ขลิบไร้เลือด ภูเก็ต: เครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ (stapler)

ขลิบไร้เลือดคือการขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติหรือ stapler circumcision ซึ่งเลือดออกน้อยกว่าวิธีปกติ แต่ยังมีเลือดออกได้ พร้อมข้อควรรู้เรื่องแผลและลวดเย็บ

คำว่า “ขลิบไร้เลือด” ที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง การขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ (stapler circumcision) ซึ่งเป็นวิธีเดียวกัน อุปกรณ์จะ ตัดหนังหุ้มปลายและเย็บขอบแผลด้วยลวดเย็บขนาดเล็กในจังหวะเดียวกัน

ชื่อ “ขลิบไร้เลือด” เป็นคำเรียกที่เข้าใจง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเลือดออกเลย วิธีนี้ช่วยให้เลือดออกระหว่างทำน้อยกว่าการขลิบแบบผ่าตัดปกติ อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีเลือดซึมหรือเลือดออกได้ทั้งระหว่างทำและในช่วงดูแลแผลหลังทำ

ต่างจากการขลิบแบบเดิมที่ตัดด้วยมีดผ่าตัดแล้วค่อยเย็บทีละเข็ม ผลคือใช้เวลาน้อยลงมาก และขอบแผลออกมาสม่ำเสมอ

เทียบกับการขลิบแบบผ่าตัดปกติ

เครื่องตัดเย็บผ่าตัดปกติ
เวลาที่ใช้10–15 นาที30–45 นาที
เลือดออกระหว่างทำน้อยกว่ามากกว่าเล็กน้อย
ขอบแผลเรียบสม่ำเสมอขึ้นกับการเย็บ
ความเจ็บระหว่างทำอาจเจ็บได้ ฉีดยาชาเพิ่มให้ได้อาจเจ็บได้ ฉีดยาชาเพิ่มให้ได้
ความเจ็บหลังทำใกล้เคียงกันใกล้เคียงกัน
ต้องเอาออกทีหลังลวดเย็บไหม (บางชนิดละลายเอง)
ค่าใช้จ่ายสูงกว่าต่ำกว่า

ข้อควรทราบคือ ความปวดหลังยาชาหมดฤทธิ์ใกล้เคียงกันทั้งสองวิธี ข้อได้เปรียบจริงของ เครื่องตัดเย็บคือความเร็ว เลือดออกน้อย และความสม่ำเสมอของขอบแผล ไม่ใช่ว่า “ไม่เจ็บเลย”

ในทำนองเดียวกัน คำว่า “ขลิบไร้เลือด” ไม่ได้แปลว่าไม่มีเลือดออก แต่เป็นชื่อเรียกของการขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ ซึ่งโดยทั่วไปมีเลือดออกน้อยกว่า การขลิบแบบผ่าตัดปกติ หากมีเลือดซึมเล็กน้อยอาจพบได้ แต่ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือชุ่มผ้าก๊อซเร็ว ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

ตัวอย่างเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติสำหรับการขลิบหนังหุ้มปลาย มีด้ามจับและส่วนครอบทรงกระบอก

ภาพ: ตัวอย่างเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติสำหรับตัดหนังหุ้มปลายและเย็บขอบแผลในจังหวะเดียวกัน
เป็นภาพตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้จริงอาจมีรูปร่าง สี หรือรายละเอียดแตกต่างจากในภาพ

ผู้ที่ไม่สามารถขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บได้

แพทย์ต้องตรวจก่อนทำทุกครั้ง ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ไม่สามารถขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บได้ หรือจำเป็นต้องรักษาและประเมินเพิ่มเติมก่อน

  1. มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือเบาหวานที่ระดับน้ำตาลในเลือดยังสูง
  2. เคยฉีดสารเพื่อเสริมขนาดอวัยวะเพศมาก่อน เนื่องจากสารที่ฉีดและพังผืดอาจทำให้ ลักษณะของเนื้อเยื่อเปลี่ยนไป จึงไม่เหมาะกับการใช้เครื่องตัดเย็บ
  3. กำลังกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ เลือดออกง่าย ควรแจ้งชื่อยาและโรคทั้งหมดให้แพทย์ทราบ และ ห้ามหยุดยาเอง
  4. มีความผิดปกติของรูปร่างหรือสภาพอวัยวะเพศ ซึ่งทำให้ใส่เครื่องไม่ได้อย่างปลอดภัย แพทย์จะตรวจและพิจารณาว่าควรรักษาความผิดปกตินั้นก่อน หรือเลือกการผ่าตัดด้วยวิธีอื่น

สามารถเข้ามาตรวจและขลิบได้โดยไม่ได้นัดหมาย

ผู้ที่ต้องการขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติสามารถ walk-in เข้ามาตรวจได้โดยไม่ได้นัดหมาย หากทางคลินิกมีเครื่องมือขนาดที่เหมาะสม ก็สามารถขลิบได้ในวันเดียวกัน จึงควรเตรียมตัวมาตามคำแนะนำด้านล่าง เผื่อพร้อมทำหัตถการได้ทันที

หากวันนั้นไม่มีเครื่องมือขนาดที่เหมาะสม จะต้องนัดมาขลิบในวันอื่น แต่หากเข้ามาตรวจและวัดขนาดล่วงหน้า ทางคลินิกจะเตรียมเครื่องมือขนาดที่เหมาะสมไว้ให้แน่นอนในวันนัด

เตรียมตัววันมาผ่าตัด

  • โกนขนบริเวณหัวหน่าวและรอบโคนอวัยวะเพศมาก่อน เพื่อความสะอาด และช่วยให้ทำความสะอาด พันแผล และดูแลแผลหลังผ่าตัดได้ง่ายขึ้น ค่อยๆ โกนอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ผิวหนังถลอกหรือเป็นแผล
  • รับประทานอาหารมาตามปกติ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร เพราะหัตถการใช้ยาชาเฉพาะที่ และทางคลินิกจะให้รับประทานยาแก้ปวด
  • สวม เสื้อผ้าสบาย กางเกงตัวนอกทรงหลวมหรือกางเกงขาสั้นที่ถอดใส่ง่าย เลี่ยงกางเกงยีนส์หรือกางเกงที่รัดบริเวณเป้า
  • เตรียม กางเกงชั้นในแบบกระชับพอดีตัว สำหรับใส่กลับบ้าน เพื่อช่วยพยุงอวัยวะเพศและแผล ไม่ควรใส่กางเกงชั้นในทรงหลวม เพราะแผลจะขยับและเสียดสีได้มากกว่า
  • ควรมีญาติหรือคนใกล้ชิดมาด้วยเพื่อพากลับบ้าน เพราะหลังทำอาจปวดจนไม่สะดวก ที่จะขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์กลับเอง
  • หากเดินทางมาจากต่างจังหวัด ไม่ควรเดินทางกลับในคืนหลังทำ ควรหาที่พัก ในจังหวัดภูเก็ตและพักค้างอย่างน้อย 1 คืน ในระยะที่เข้ามาคลินิกได้สะดวก เผื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออก จะได้กลับเข้ามาให้แพทย์ดูแลแก้ไขได้ทัน

ขั้นตอน

  1. ฉีดยาชาเฉพาะที่รอบโคนอวัยวะเพศ เพื่อให้บริเวณที่จะทำชาก่อนเริ่มหัตถการ — ขั้นตอนนี้คือช่วงที่รู้สึกมากที่สุด และสั้นที่สุด จากนั้นรอให้ยาชาออกฤทธิ์
  2. ปูผ้าเจาะกลางและทายาฆ่าเชื้อ
  3. ทดสอบว่าบริเวณที่จะทำชาหรือยัง หากยังไม่ชา แพทย์จะฉีดยาชาเพิ่มให้
  4. ใส่อุปกรณ์เข้าตำแหน่ง แล้วกดเพียงครั้งเดียว — ตัดและเย็บเสร็จพร้อมกัน
  5. สังเกตอาการเลือดออกประมาณ 5–10 นาที หากมีเลือดออก แพทย์จะทำการห้ามเลือด
  6. พันแผล

ทั้งหมดใช้เวลาราว 10–15 นาที กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และไม่ต้องงดน้ำงดอาหารมาก่อน

หลังทำ

  1. ห้ามแกะผ้าพันแผลออกก่อนครบ 48 ชั่วโมง
  2. หลังครบ 48 ชั่วโมงแล้ว สามารถแกะผ้าพันแผลออก และอาบน้ำให้แผลโดนน้ำสะอาดได้ อาบแล้วซับให้แห้งสนิท
  3. ป้ายแผลด้วยยาที่ทางคลินิกให้ไปจนกว่าแผลจะหาย
  4. หากปวด ให้รับประทานยาแก้ปวดที่ทางคลินิกให้ไป

ช่วงพักฟื้นโดยรวมเป็นแบบนี้

  • ปวดมากที่สุด 2–3 วันแรก แล้วลดลง
  • บวมและช้ำในสัปดาห์แรกเป็นเรื่องปกติ
  • ใส่กางเกงในกระชับเพื่อพยุงแผล ไม่หลวม
  • เลี่ยงการเดินมาก ยกของหนัก และออกกำลังกาย
  • งดกิจกรรมทางเพศทุกประเภทจนกว่าลวดเย็บจะหลุดออกหมด โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 วัน

รายละเอียดการดูแลแผลทั้งหมดอยู่ที่ การดูแลแผลหลังขลิบ

ภาพเปรียบเทียบด้วยกล้วยที่ปอกเปลือกเฉพาะส่วนปลาย มีลวดโลหะขนาดเล็กเรียงเป็นวงรอบขอบเปลือก เพื่ออธิบายแนวลวดเย็บหลังขลิบ

ภาพเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นแนวลวด: ลวดขนาดเล็กเรียงต่อกันเป็นวงรอบขอบแผล เช่นเดียวกับลวดที่เรียงรอบขอบเปลือกกล้วยในภาพ
ภาพนี้ไม่ใช่ลักษณะทางกายวิภาคหรือภาพแผลจริง ลักษณะแผลจริงอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

เรื่องลวดเย็บ — อ่านก่อน จะได้ไม่ตกใจ

สิ่งที่เป็นเรื่องปกติ

  • ลวดเย็บ เห็นชัดเป็นวงรอบแผล ในช่วงแรก
  • ลวดทยอยหลุดออกเอง ไม่พร้อมกัน ภายในประมาณ 1 เดือน
  • ลวดบางตัวฝังจมอยู่ในขอบแผล เมื่อแผลบวมแล้วยุบ
  • ลวดที่ยังค้างอยู่หลังผ่านไปหลายสัปดาห์

ลวดส่วนใหญ่จะทยอยหลุดเอง หากครบ 1 เดือนแล้ว ยังมีลวดค้างหรือฝังอยู่ในขอบแผล ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเอาออก แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน เพราะคนไข้เกือบทั้งหมดเจ็บจนไม่สามารถเอาลวดออกโดยไม่ฉีดยาชาได้

ห้ามดึงลวดออกเอง เพราะอาจทำให้ขอบแผลฉีกและมีเลือดออก

เมื่อไหร่ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

  • เลือดออกไม่หยุด หรือชุ่มผ้าก๊อซเร็ว
  • บวมแดงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังผ่านสัปดาห์แรกไปแล้ว
  • มีไข้ หนาวสั่น มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็นจากแผล
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่กินยาแก้ปวดแล้ว
  • ปัสสาวะไม่ออก
  • แผลแยก หรือลวดเย็บหลุดออกมาพร้อมกันเป็นแถบใหญ่แล้วมีเลือดออก

นอกเหนือจากรายการข้างบน อาการบวม ช้ำ และลวดที่กำลังทยอยหลุดในช่วงแรกเป็นกระบวนการหายของแผล ตามปกติ แต่หากครบ 1 เดือนแล้วยังมีลวดค้าง ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเอาออก โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน เพราะคนไข้เกือบทั้งหมดเจ็บจนไม่สามารถเอาออกโดยไม่ฉีดยาชาได้

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บ ต้องตัดเส้นสองสลึงด้วยไหม

ไม่ใช่ทุกราย เครื่องตัดเย็บทำหน้าที่ตัดหนังหุ้มปลายและเย็บขอบแผลเป็นวงในจังหวะเดียว ไม่ได้มีไว้แก้ไขเส้นสองสลึง หากมีเส้นสองสลึงสั้นหรือตึงจนเจ็บเวลาแข็งตัว ปลายงุ้มลง หรือเคยฉีกขาดซ้ำที่จุดเดิม แพทย์จะแก้ไขจุดนั้นเพิ่มในครั้งเดียวกันโดยใช้ยาชาเดิม ถ้าไม่มีอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องทำอะไรกับเส้นนั้น อีกเรื่องที่มักเข้าใจสลับกันคือ บริเวณใต้ปลายมีเส้นเลือดเล็กๆ วิ่งอยู่ จึงเป็นตำแหน่งที่ต้องเย็บห้ามเลือดเพิ่มบ่อยที่สุด นั่นเป็นการห้ามเลือดตามปกติ ไม่ใช่การตัดเส้นสองสลึง

ขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บ เจ็บน้อยกว่าจริงไหม

ก่อนทำทั้งสองวิธีจะฉีดยาชาเฉพาะที่เหมือนกัน แต่ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บได้ หากยังเจ็บ แพทย์จะฉีดยาชาเพิ่มให้ ข้อได้เปรียบของเครื่องตัดเย็บอยู่ที่ใช้เวลาสั้นกว่า เลือดออกน้อยกว่า และขอบแผลเรียบสม่ำเสมอ ส่วนความปวดหลังยาชาหมดฤทธิ์ใกล้เคียงกัน และคุมได้ด้วยยาแก้ปวด

ใช้เวลานานแค่ไหน ต้องนอนโรงพยาบาลไหม

ตัวหัตถการใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องดมยาสลบ และกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารมาก่อน

ลวดเย็บจะหลุดเมื่อไหร่ ต้องดึงออกเองไหม

ห้ามดึงเอง ลวดส่วนใหญ่จะทยอยหลุดออกเองภายในประมาณ 1 เดือนเมื่อแผลหายและขอบแผลยุบ หากครบ 1 เดือนแล้วยังมีลวดค้างหรือฝังอยู่ในแผล ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเอาออก โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน เพราะคนไข้เกือบทั้งหมดเจ็บจนไม่สามารถเอาออกโดยไม่ฉีดยาชาได้

ครบ 1 เดือนแล้วลวดยังไม่หลุด ต้องทำอย่างไร

ไม่ต้องดึงหรือแกะออกเอง ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเอาลวดที่ค้างออก โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนเอาลวดออก เพราะคนไข้เกือบทั้งหมดเจ็บจนไม่สามารถเอาออกโดยไม่ฉีดยาชาได้ แต่หากแผลบวมแดงมากขึ้น มีหนอง มีไข้ เลือดออกไม่หยุด หรือปัสสาวะไม่ออก ให้กลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 1 เดือน

แผลจะสวยกว่าจริงไหม

ขอบแผลจากเครื่องตัดเย็บมักเรียบและสม่ำเสมอกว่า เพราะตัดและเย็บพร้อมกันในจังหวะเดียว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นกับการดูแลแผลในสองสัปดาห์แรกมากพอๆ กับวิธีที่เลือก

ปรับปรุงล่าสุด